ทุกวันนี้ เมื่อคนต้องการทนายความ สิ่งแรกที่หลายคนทำไม่ใช่การเดินเข้าไปที่สำนักงาน แต่คือการ ค้นหาข้อมูลบน Google ดูว่าทนายคนนั้นรับทำคดีประเภทใด มีสำนักงานอยู่ที่ไหน และมีช่องทางติดต่ออย่างไร
ดังนั้น การมีเว็บไซต์ของตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องสำหรับสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ทนายความทั่วไปก็สามารถใช้เว็บไซต์เป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสให้ลูกความค้นพบได้
1. ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ
ก่อนตัดสินใจติดต่อทนาย ลูกความย่อมต้องการรู้ว่ากำลังติดต่อกับใคร
เว็บไซต์สามารถนำเสนอข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ เช่น ประวัติทนายความ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ประเภทคดีที่รับทำ ที่ตั้งสำนักงาน และช่องทางติดต่อ
เมื่อข้อมูลเหล่านี้อยู่บนเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพ ก็ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกทนายได้มากขึ้น
2. ทำให้คนค้นหาคุณเจอบน Google
สมมติว่าคุณเป็นทนายที่รับทำคดีมรดกในเชียงใหม่ หากเว็บไซต์มีหน้าบริการเกี่ยวกับคดีมรดกและระบุพื้นที่ให้บริการอย่างเหมาะสม เว็บไซต์ก็มีโอกาสปรากฏต่อผู้ที่กำลังค้นหาเรื่องดังกล่าว
นี่คือข้อดีสำคัญของเว็บไซต์ เพราะคนที่เข้ามาจาก Search Engine มักเป็นคนที่ กำลังมีความต้องการเกี่ยวกับบริการนั้นอยู่แล้ว
3. แนะนำบริการได้ชัดเจนกว่าการโพสต์บน Social Media
บน Facebook หรือแพลตฟอร์ม Social Media โพสต์ใหม่จะค่อย ๆ ดันโพสต์เก่าลงไป ทำให้ลูกความค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้ยาก
แต่เว็บไซต์สามารถแบ่งบริการออกเป็นหมวดหมู่ได้อย่างชัดเจน เช่น
- คดีแพ่ง
- คดีอาญา
- คดีครอบครัว
- คดีมรดก
- คดีแรงงาน
- ร่างและตรวจสอบสัญญา
ลูกความจึงสามารถดูได้ทันทีว่าทนายหรือสำนักงานรับงานประเภทที่ตนเองต้องการหรือไม่
4. เว็บไซต์ทำงานให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง
แม้สำนักงานจะปิดแล้ว เว็บไซต์ก็ยังให้ข้อมูลแทนคุณได้
ลูกความสามารถอ่านรายละเอียดบริการ ดูประวัติสำนักงาน ตรวจสอบช่องทางติดต่อ หรือส่งข้อความเพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้นได้ตลอดเวลา
เว็บไซต์จึงเปรียบเสมือน หน้าสำนักงานออนไลน์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
5. ใช้บทความแสดงความเชี่ยวชาญได้
เว็บไซต์ไม่ได้มีไว้ขายบริการอย่างเดียว ทนายสามารถเขียนบทความให้ความรู้ เช่น
“ถูกฟ้องคดีต้องทำอย่างไร?”
“คดีแพ่งกับคดีอาญาต่างกันอย่างไร?”
หรือ
“ก่อนเซ็นสัญญาควรตรวจสอบอะไรบ้าง?”
บทความเหล่านี้ช่วยให้คนทั่วไปได้รับประโยชน์ ขณะเดียวกันก็ช่วยสะท้อนความรู้และความเชี่ยวชาญของผู้เขียน เมื่อผู้อ่านมีปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือจริง ก็มีโอกาสนึกถึงทนายหรือสำนักงานนั้นเป็นอันดับต้น ๆ
6. เป็นพื้นที่ออนไลน์ที่คุณควบคุมเอง
Social Media ยังมีความสำคัญ แต่การพึ่งพาเพียงช่องทางเดียวมีข้อจำกัด เพราะรูปแบบการแสดงผลและการเข้าถึงขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม
เว็บไซต์ของตัวเองสามารถกำหนดเนื้อหา รูปแบบ และช่องทางการติดต่อได้ตามต้องการ และยังสามารถเชื่อมต่อไปยัง Facebook, LINE หรือ Social Media อื่น ๆ เพื่อให้ทุกช่องทางทำงานร่วมกันได้
สรุป
สำหรับทนายความ เว็บไซต์ไม่ใช่เพียงนามบัตรออนไลน์ แต่เป็นเครื่องมือสำหรับ สร้างความน่าเชื่อถือ แนะนำความเชี่ยวชาญ เพิ่มโอกาสให้ลูกความค้นหาเจอ และสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ในระยะยาว
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเว็บไซต์ที่ซับซ้อน เพียงมีข้อมูลทนาย บริการที่รับทำ ช่องทางติดต่อ และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว
TanaiPro ช่วยให้ทนายความและสำนักงานกฎหมายสร้างเว็บไซต์ได้ง่าย เลือกธีม กรอกข้อมูล เลือกบริการ และเผยแพร่เว็บไซต์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด เหมาะสำหรับทนายที่ต้องการสร้างตัวตนออนไลน์อย่างเป็นมืออาชีพและให้ลูกความค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น.